สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของมัณฑะเลย์
แล้วก็เป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญที่สุดของพม่า
คือ "พระมหามัยมุนี" หรือที่คนไทยรู้จักกันว่าเป็น "พระนิ่ม"
พระพุทธรูปทองคำแท้ทั้งองค์ ปางมารวิชัยทรงเครื่อง ใหญ่โตสูงเกือบ 4 เมตร
เจ้าเมืองยะไข่ได้สร้างพระพุทธรูปองค์นี้ไว้ตั้งแต่พันสามร้อยกว่าปีมาแล้ว
บอกให้รู้ว่า มัณฑะเลย์เป็นเมืองหลวงของแคว้นยะไข่ มานานนับพันปี



เนื้อทองบริเวณองค์พระ ตั้งแต่พระศอลงมา
จะเป็นตะปุ่มตะปุ่ม นูนๆ เป็นลูกๆ จับกดดูจะนิ่มๆ หยุ่นๆ
จะยกเว้นก็แต่บริเวณพระพักตร์ที่เป็นทองคำสุกใสเรียบเนียน
โดยในเวลาตีสี่ของทุกเช้า... เจ้าอาวาสของวัดนี้
จะมีการซับพระพักตร์เช็ดหน้าพระมหามัยมุนี
ด้วยน้ำปรุงและทานาคาที่ผ้คนร่วมกันฝนถวาย



คนส่วนมากเชื่อกันว่า ที่องค์พระมีเนื้อนิ่ม
เกิดจากแรงศรัทธาของผู้คนที่มาปิดทองคำเปลวที่องค์พระ
ปิดทองมากขึ้น มากขึ้น..จนเนื้อทองทับซ้อนกันหนาเป็นรอยนูน
และมีเนื้อที่นิ่มกว่าทองคำที่หล่อเป็นองค์พระภายใน

แต่จริงๆ แล้วนักโบราณคดีสันนิษฐานว่า
ในสมัยพระเจ้าสีป้อ ได้เกิดไฟไหม้วัดครั้งใหญ่
ทำให้ทองคำที่หุ้มองค์พระอยู่ได้รับความเสียหาย
ถูกความร้อนหลอมละลาย มีการหลอมเททองกันใหม่
แต่ก็ทำได้ไม่ดีเหมือนครั้งแรก จึงทำให้เนื้อทองไม่เรียบนี่ละ



ของอีกอย่างที่คนไทยไปเที่ยววัดพระมหามัยมุนีต้องไปดูกัน
คือ เทวรูปสำริด สิงห์ ช้างเอราวัณ ทวารบาล
ที่มีเรื่องเล่าว่า... ไทยไปตีนครวัดแล้วยกมาไว้ที่กรุงศรีฯ
พอพม่ามาตีไทยก็ยกมาไว้ที่หงสาฯ
พระเจ้ายะไข่ยกไปปล้นหงสา..ก็เลยยกมาไว้ที่ยะไข่นี่ละ
เสียดายไม่มีรูปมาให้ดู เพราะผู้คนล้านแปดแสนมาลูบๆๆๆๆ ลูบเจ้าสิงห์นี่
เพราะเชื่อว่า.. ลูบตรงไหนก็หายเจ็บหายปวดตรงนั้น อิอิ



ตกบ่าย...เราลงเรือล่องขึ้นไปตามแม่น้ำอิระวดี
อิระวดีนี่ว่าไปใหญ่กว่าเจ้าพระยาเยอะเหมือนกัน
มองเผินๆ นี่นึกว่าเป็นทะเลสาปเลยละ
มิน่า.. อังกฤษถึงส่งกองทัพเรือล่องมาได้ถึงกลางพม่าแบบนี้
เรากำลังจะไปเมือง "มิงกุน"
เมืองเก่าอีกเมืองอยู่ริมฝั่งอิระวดีตอนเหนือไม่ห่างมัณฑะเลย์เท่าไหร่



เจ้าปดุงตั้งใจจะสร้างเจดีย์ใหญ่ขึ้นมาองค์หนึ่งริมฝั่งอิระวดี
เพื่อให้พระองค์มองเห็นได้จากเมืองอังวะ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำ
แต่เมื่อสร้างเสร็จแค่ฐาน...ก็เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
ทำให้เจดีย์พังถล่มลงมา แตกหักเสียหายจนไม่สามารถสร้างต่อได้
น่าเสียดาย ถ้าเจดีย์มิงกุนสร้างเสร็จจะเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

และใกล้ๆ กับเจดีย์มิงกุน ยังมี "ระฆัง" ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย
เดิมระฆังที่รัสเซียใหญ่ที่สุด แต่ก็หลอมทำปืนไปหมดแล้ว
ตอนนี้ของพม่านี่เลยเป็น "ที่สุดในโลก" อยู่นี่ละ



เดินต่อจากระฆังที่ใหญ่ที่สุดไปหน่อย จะเจอ เจดีย์ที่สวยงามอีกแห่ง
ชื่อว่า "เจดีย์มญาเธียรดาร" เจดีย์สีขาวสะอาดตา
ตั้งอยู่บนฐาน 7 ชั้นรูปเกลียวคลื่น ตามความเชื่อของ เขาพระสุเมรุ
แกนกลางจักรวาลที่ถูกล้อมรอบด้วยสัตตบริพันธ์และมหานทีสีทันดรทั้ง 7 ชั้น
ว่ากันว่า เจดีย์สีขาวบริสุทธิ์องค์นี้ ถูกสร้างเผื่อเป็นสักขีพยานรัก
ของราชนิกูลอังวะคู่หนึ่ง... จนได้รับสมญาว่า "ทัชมาฮาลแห่งอิระวดี"



ตะวันเริ่มคล้อยจนใกล้จะค่ำ...
เราออกเรือจากมิงกุนกลับมัณฑะเลย์
วิธีชีวิตชาวพม่ายังคงผูกพันธ์กับสายน้ำอิระวดี
กระท่อมไม้ไผ่สานมุงหญ้าคาเรียงรายอยู่ริมสองฝั่งสายน้ำ
เด็กเล็กแก้ผ้าโถงๆ ออกมาเล่นน้ำ
ผู้หญิงกระเดียดตะกร้าผ้าออกมาซัก
ผู้ชายออกเรือไปหาปลามาเป็นอาหารมื้อเย็น



อาทิตย์ยามเย็นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงอมส้ม
ลมยามบ่ายพัดเรื่อยเอื่อยเย็นสบาย
เรือของเรายังคงเคลื่อนตัวช้าๆ
เพื่อซึมซับกับบรรยากาศชีวิตของอิระวดี

"ฟ้าลุ่มอิระวดี คืนนี้มีแต่ดาว
แจ่มแสงแวว วาว ฮือ ฮื้อ...อือ.
เด่นอะคร้าวสว่างสไว..."


คุณป้าที่นั่งอยู่หัวเรือคลอเพลงเบาๆ ให้ลอยมาลม
เธอคงอดไม่ได้ที่จะร้องลำนำรักแห่งอิระวดีของจะเด็จ
ลมเย็นๆ บรรยากาศบนเรือกับเสียงเพลงก็ทำให้เคลิ้มไปเหมือนกัน



ผมหลบมาอยู่ท้ายเรือ..
ปล่อยอารมณ์ปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปกับสายลม
และสายน้ำอิระวดี...เคล้าเสียงเพลงแผ่วๆ ที่ดังมาจากทางหัวเรือ

มารู้สึกตัวอีกที... ความรู้สึกเหมือนกำลังโดนมอง กำลังโดนจ้องอยู่
สัญชาติญาณเกย์ทำงานไวเท่าความคิด
เก็กหล่อสุดริดแล้วค่อยมองหาเจ้าของสายตา

หนุ่มคนเรือชาวพม่าสองคน...
กำลังมองมาที่ผมแล้วก้หันไปซุบซิบซุบซิบเลศนัยสุดๆ
เอาละวะ... งานนี้... มีลุ้น "ถึงพม่า" แน่เลยฉัน ฮี่ๆ

"เสียงคลื่นเร้าฤดี...คืนนี้ข้าเปลี่ยวใจ
เหน็บหนาวทรวงใน หื่อฮือ ฮื้อ ฮือฮือหื่อ"





2 หนุ่มพม่านุ่งลองจีแบบโสร่ง
เปลือยท่อนบน โชว์แผ่นอกที่มีแต่มัดกล้าม ดูจะผอมเกร็งไปสักหน่อย
แต่รอยยิ้มแววตา ก็ใสๆ ซื่อๆ น่ารักดีเหมือนกัน
มองกันไปมองกันมาอยู่สักพัก สองคนนั่นก้ย้ายมานั่งประกบข้างๆ ฮ่าๆ แผล่บๆ

แสงแดดอ่อนๆ ลมเย็นๆ สายน้ำไหลเอื่อยๆ เพลงเบา
กับหนุ่มพม่าอีกสองคน...อูยยย บรรยากาศเป้นใจมักมาก
บรรยากาศแบบนี้นี่น๊า
จะเด็จถึงได้แอบหนีจันทรามามีกิ๊กกับกุสุมา อิอิ

"ดวงใจข้ามอบจอมขวัญ
มั่นรักต่อกันมิ่งขวัญจันทรา
กุสุมายอดชู้รักเจ้าเพียงเอ็นดู ....ไว้เชิดชูดวงแด"


เสียอยู่หน่อย... ตรงคุยกับมันไม่รู้เรื่องนี่ละ
แถมอะไรไม่ว่า... ยิ้มมา..ฟันดำปิดปี๋
เห้อ...ยังเคี้ยวหมากอยู่หยับๆ ริอาจจะเป็นเกย์ได้ไงวะเนี๊ยะ




เป็นอันว่า.. อดได้ถึงพม่าเลย เอิ๊กๆ
ได้แค่น้องเค้ามานั่งคุยเล่น หัวเราะ ขำๆ เล่นก็สนุกดี
ตอนลงจากเรือ... มันยังแอบยักคิ้วหลิ่วตาให้เราอีกนะนั่น

ผลคือ... ตานั่นเห็นเข้าพอดี งานนี้จ้องตาเขียวปั๊ด จึ๋ยยยยย...

สงสัยงานนนี้ต้องร้องเพลง

"เจ็บใจคนรักโดนรังแก
ข้าจะเผาเมืองแปรให้มันวอดวาย"


ซะละม้างงงงงงงงงงงงงงง เหอเหอ



เรื่อง :PlaToNiC

ภาพ : นายมะขวิด


*** เด๋วมาเล่าต่อ ตอนจบนะครับ ***

Comment

Comment:

Tweet

รัส้กหิอดเท่าสใวกพดะเยวบกพดะอเที่ราส

#9 By (58.147.4.25) on 2009-06-01 15:46

#8 By (202.12.118.61) on 2007-09-28 08:21

ว่าแต่ว่า เป็นไรเหรอ อิอิ

#7 By พ่อหมี on 2005-10-21 06:24

อ้าว ตกลงเพิ่งจะรู้เหรอเนี่ย ว่ามะขิดน้องรักผมเป็น อิอิ

#6 By พ่อหมี on 2005-10-20 20:30

คุณ หัวใจเดินทาง ... เป็นกะเค้าด้วยเหรอเนี่ย คือเป็นอะไรครับ งง อิอิ

ส่วนคนที่เสน่ห์ไกลจนหนุ่มพม่าฟันดำจีบอ่ะ platonic คนที่เล่าเรื่องครับ
ผมอ่ะ คือคนที่ ตาเขียว 5555

#5 By หล่อสาดดด on 2005-10-20 15:05

ภาพสวยๆ เนื้อหาดีๆ ที่แท้ก็ช่วยทำมาหากินนี่เอง (เพิ่งเข้าใจมุข เรื่อง... ภาพ.... โง่อยู่ตั้งนาน)

ตกลงว่าหล่อสาดดดด ก็เป็นกับเค้าด้วยเหรอครับเนี้ย -- วันนี้เพิ่งจะมีโอกาสอ่านแบบจริงๆ จังๆ วันก่อนๆ ดูแต่รูป และเนื้อหานิดหน่อย -- นี่เสน่ห์ไกลไปถึงพม่าเลยนะครับ หุหุหุ
เห็นหัวข้อเอนทรี่แล้วกริ๊บมากเลบ
ชอบเพลงนี้มากๆ
เพื่อนๆยกให้เป็นเพลงประจำตัว
ตั้งแต่ม.2 ที่เค้าให้เรียนภาษาไทยเรื่อง พระเจ้าสิบทิศ แล้วอาจารย์เอาเพลงนี้
มาเปิด ชอบมากจนร้องติดปากไปเรยยย

....จะตายให้เขาลือชาย จะให้เค้าลือชายว่ากู ผู้ชนะสิบทิศ ...ผู้ชนะสิบทิศ

ประมาณนี้ป่าวคะ แอบลืมๆแหะๆ
(ตอนที่อยู่ ม.2 ก็ผ่านมาแล้วหลายปีเหมือนกันนา )

#3 By -- กำพล -- on 2005-10-20 13:50

ชอบบรรยากาศล่องเรือจังคับ

ปล. ช่วยกันทำมาหากินใหญ่เลยนะ หุหุ

#2 By Formula 25 on 2005-10-20 12:36

ก็ไม่รู้ว่าสถาปัตยกรรมของฝั่งตะวันออกกะฝั่งตะวันตกอันไหนมันรู้สึกขลังกว่ากันเนอะ