... ปาย ... ในความทรงจำ ...

posted on 29 Nov 2005 13:03 by loorsad in Travel

. . . ปาย . . .



"ปาย" ... มันอยู่ไหนวะ ?
"ปาย" ... อยู่ลาวหรือพม่าวะ ?
"ปาย" ... มีอะไรเที่ยววะ ?

สารพัดคำถาม ของคนอีกหลายๆ คน
กับชื่อที่ไม่ค่อยคุ้นหูของ "เมืองปาย"

แต่ในที่สุด หกโมงเย็นของคืนวันศุกร์
ล้อรถก็เริ่มหมุนวิ่งออกจากกรุงเทพฯ
ไปตามเส้นทางสายเหนือ มุ่งสู่ เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน
"เมืองปาย" เป้าหมายของ พวกเรา 6 คน




เรากะกันเล่นๆ ว่า แวะกินมื้อเย็นที่ แม่ลาปลาเผาสิงห์บุรี
แล้วสามทุ่มคงถึง นครสวรรค์
เที่ยงคืนคงเขต ตาก..แล้วมาพักหาไรกินตอน ตีสองแถวเชียงใหม่
ต่อจากนั้น ก็กะว่า จะเข้าไปให้ทันเช้าที่ "ห้วยน้ำดัง"
ตั้งใจเก็บภาพทะเลหมอกกันเต็มที่

มาร์คเวลาเป็นไปด้วยดี
นี่ถ้าแข่งแรลลี่ มีหวังชนะขาด




แต่แล้ว... ความเสร่อก็เกิดขึ้นกับจอมวางแผน
ปั้มน้ำมัน.. ปิดเที่ยงคืน หุหุ
นี่ขนาด อีตาคนที่ไปด้วยมันทำงานโรงกลั่นนะนั่น
มันจะบอกล่วงหน้า จะเตือนกันหน่อยละไม่มีเลย เห้อ..เวรกรรม

จริงๆ ผมก็นึกว่า เค้าปิดเที่ยงคืนกันเฉพาะในเขตตัวเมือง
แต่ไฮเวย์สายเหนือแบบนี้ ไม่น่าจะปิด

ที่ไหนได้...ผมคิดผิด !!

เติมน้ำมันรอบสุดท้าย ห้าทุ่มครึ่งที่กำแพงเพชร
มาถึงเชียงใหม่ ตีสอง... ตลอดทางไม่มีปั้มสักกะอัน
เวรกรรมแล้วไง...

น้ำมันเหลืออีกครึ่งถัง
จากเชียงใหม่ไปปาย ผ่านแม่ริม แม่แตง แค่ร้อยห้าสิบโล
เอาวะ... ลองเสี่ยง ลุยดู
ไหนๆ จะให้นอนค้างในรถที่เชียงใหม่นี่
รอจนฟ้าสางหกโมงปั้มเปิดคงไม่ไหว

หกหนุ่ม เลยลุยต่อด้วยน้ำมันครึ่งถัง
กับ ระยะทาง เชียงใหม่ไป 150 กม. เอิ๊กๆ



แค่ร้อยห้าสิบโล... แต่กิโลแม้ว มันมีอยู่จริง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่
ถนนจากแม่แตงเข้าปาย ทั้งคด ทั้งโค้ง ทั้งเขา
หมอกก็ลงจัดจนมองทาง มองเหว มองโค้งไม่เห็นกันละ
ขึ้นเขาชันโคตรๆๆๆ.... หักศอกแล้วศอกอีก
จนคนขับแทบจะเมารถตาย 555
ส่วนคนนั่งอีก 5 คนอะเหรอ.... คร่อกๆ กรนกันลั่นรถแล้ว
ไอ้ที่บอกจะนั่งคุยเป็นเพื่อนนะเหรอ ... ไว๋ใจ๋ (บ่) ได้กา

น้ำมันโดนซดเข้าไปฮวบๆ ยังกะถังรั่ว
ขับไปลุ้นไป.. ลุ้นแหกโค้ง ลุ้นตกเขา ลุ้นรถสวนทาง
ลุ้นน้ำมันหมด ... เอ๊กๆ ...

ในที่สุดน้ำมันขีดสุดท้าย กับระยะทาง 50 โลสุดท้าย
ไม่ไหวเสี่ยงแล้ว ... ตีสี่เอง

เอาวะ... จอดนอนหมู่บ้านหน้านี่แหละ พักรถ พักคนก่อน
ยังไง รอสว่างค่อยหาทาง หาน้ำมันเติมเอาอีกทีแล้วกัน





ตีสี่..ที่หมู่บ้านแม่แสะ กลางหุบเขา
อากาศข้างนอกหนาวจนปากสั่น ฟ้าก็ยังมืดสนิท
ดีที่ ชาวบ้านเริ่มออกมาเปิดร้าน จัดข้าวจัดของกันแล้ว
เราเลยได้ไปอาศัยนั่งคุยกับ เจ้าของร้านกาแฟริมทาง

คุณน้าเธอก็แสนจะใจดี..
เอากาแฟให้กิน เอาเตาถ่านมาให้ผิงพอได้อุ่นหน่อย
แถมให้ตาเจมส์เข้ามานอนในห้องเค้าอีก
นังสองตัวนี่ก็นะ.. ไม่ได้เกรงใจเจ้าของบ้านเค้าเร้ย
ส่วนตาริวคุงกับตามะขวิด ก็ขดตัวซุกอยู่ในรถนั่นละ

รอจนฟ้าเปิด เราเลยได้ไปซื้อน้ำมันแบ่งขายจากลุงในหมู่บ้าน
เห้อ.. สงสารรถตัวเองจับใจ
อยู่บางกอกเคยกินดีอยู่ดี เข้าปั้มน้ำมันหรูๆ สวยๆ
มาเที่ยงคราวนี้.. เจอน้ำมันใส่ขวดโค้กแบ่งขาย ฮือๆๆ
ปลอมอะป่าวก็ไม่รู้.. ขับไปจะน๊อคกลางทางมั้ยเนี๊ยะ... เสียววววว

ก็ไม่มีทางเลือกแล้วนินา เห้อ
แต่พอได้น้ำมัน เทสท์รอเครื่อง วอร์มเครื่องหน่อย
เห็นว่ารอดตายแน่แล้ว .. เลยได้ลุยกันต่อ


โชคดียังเป็นของเรา
เรามาทันเก็บภาพ "ทะเลหมอก"
แสงแดดยามเช้าสีทองส่องกระทบปุยเมฆเบื้องล่าง
ดูเหมือนกับเกลียวคลื่นทะเลน้ำนมสีขาวขยับเคลื่อนโลดแล่น
กับยอดเขาสีเขียวที่เหมือนเกาะแก่งโขดหินอันกว้างใหญ่สุดสายตา





ในที่สุด เราก็ผ่านเขา ผ่านโค้ง ผ่านหมอก
จนมาถึง "เมืองปาย" จุดหมายปลายทางของพวกเรา

ปาย.. เป็น อำเภอเล็กๆ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน
เมืองที่ซ่อนตัวอย่างเงียบๆ ท่ามกลางหุบเขาสูงและป่าใหญ่
มีลำน้ำปายไหลหล่อเลี้ยงผู้คนชาวบ้านชาวเขา
ให้ปลูกข้าว ทำนา ทำไร่กระเทียม
จนกลายเป็นเหมือน สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองปาย

ปาย .. เป็นที่รู้จักกันดีของฝรั่งชาวแบ็กแพ็กเกอร์มานาน
ชื่อเสียงที่ว่า ปาย เป็นเมืองสงบเงียบ เป็นธรรมชาติ
และมีความบริสุทธิ์ ท่ามกลางป่าเขา ทุ่งนา ไร่กระเทียม
และ... สายน้ำปาย



ทันทีที่เราเข้าเมืองปาย
เราก็ถูกต้อนรับด้วยป้ายชื่อ เกส์ทเฮ้าส์
ที่บอกทางชี้วนไปทุกทิศทุกทาง

ทุกวันนี้ เกส์ทเฮ้าส์ผุดขึ้นยิ่งกว่าดอกเห็ดหน้าฝน
กระท่อมเกส์ทเฮ้าส์เรียงรายตลอดสองข้างลำน้ำปาย
ห้องพักตั้งแต่ราคาคืนละ ร้อยสองร้อยบาท ยันคืนละหลายพัน
สวรรค์ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจริงๆ

มีเงินไม่กี่ดอล ก็อยู่ที่ ปาย นี่ได้อย่างสบายๆ ไปเป็นเดือนๆ


พวกเราก็เหมือนกัน ..มาแบบประหยัด
เลยเลือกพักที่ "Golden Hut" เกส์ทเฮ้าส์เล็กๆ ริมน้ำปาย
สนนราคาห้องอย่างหรู แต่ไม่ติดน้ำ คืนละ 300 บาท อิอิ






จัดการเรื่องที่พักเรียบร้อย ก็ได้เวลาออกสำรวจเมืองปาย
นอกจาก เสน่ห์ของธรรมชาติแล้ว
เมืองปาย ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ของ ร้านกาแฟเก๋ๆ
ร้านโปสการ์ดน่ารัก น่ารัก ร้านอาหารมีสไตล์
ดูเหมือนเมืองทั้งเมือง กระจุ๋มกระจิ๋มน่ารักไปซะหมด

ร้านกาแฟ ที่ขึ้นชื่อที่สุดในเรื่องความเก๋ไก๋ สไตล์การแต่งร้าน
จนถึงรสชาดของกาแฟ และ เบเกอรี่ แล้ว..ไม่มีใครเกิน
All About Coffee..... แน่นอน... ร้านแรกของพวกเราในเมืองปายเลยละ
จะได้พูดได้เต็มปากว่า มาถึงปาย แล้วจริงๆ





คาปูชิโน่ แม็กซิกาโน่ อาราบิกา ชาหอม ชาสมุนไพร
ไข่กระทะ ชีสเค้ก เค้กแครอท..เอ่อ..เหมาหมดเมนูนั่นละ
โอ๊ยย สั่งกันจน เจ้าของร้านงง ว่าตายอดตายอยากกันมาจากไหน
กรุงเทพไม่มีเค้ก ไม่มีกาแฟกินกันเลยหรือยังไง เอิ๊กๆ











ปาย.. ไม่ได้มีเสน่ห์ที่สิ่งก่อสร้างใหญ่โตสวยหรู
แต่มีเสน่ห์ที่ความน่ารักของบ้านเรือน ร้านค้า
และธรรมชาติรอบๆ เมือง

ที่ปาย..เลยมี จักรยาน ให้เช่ากันเยอะแยะ
ว่ากันว่า ที่ปายนี่ มีจักรยานให้เช่าอยู่เกือบ 5 พันคัน
ททท. เคยบอกว่าที่นี่มีมากที่สุดในเมืองไทยเลยละ

เพราะฉะนั้น มาเที่ยวปายให้สนุก
ก็ต้องหาจักรยานของขี่ลัดเลาะไปตามบ้านเรือน
ตัดข้ามสะพานไม้ไผ่ข้ามน้ำปายไปอีกฝาก
ที่เป็นไร่กระเทียมและนาข้าวสุดสายตา



เสียดายที่ช่วงที่เราไป ต้นเดือนธันวาแบบนี้
นาข้าวเพิ่งจะเกี่ยวเสร็ข เลยเหลือแต่ซังตอแห้ง ๆ
ส่วนไร่กระเทียม ก็เพิ่งจะเริ่มลง
มียอดโผล่มานิดเดียว ไม่ทันได้เขียวสวยไปทั้งทุ่ง



ตาริวคุง ปั่นจักรยานหายไปฉายเดียวทำตัวเป็นพระเอกมิวสิคอีกตามเคย
พี่หมอผี หามุมสวยๆ จุดธูปอัญเชิญวิญญาณศิลปินเข้าประทับทรง
ก่อนเริ่มจับพู่กันมาละเลงสีน้ำ ปาดปายบนกระดาษขาว เก็บทัศนีย์ภาพเมืองปาย
ตาเจมส์ ก็เดินหายเข้าไปในเมือง เดาว่าคงตะล่อนหาของกิน

ส่วนผมกับตามะขวิด ..ก็เดินเก็บภาพ ทุ่งนา ฟ้ากว้างไปเรื่อยเปื่อย
จนมาถึงปลายนาอีกฟากของสายน้ำปาย
พอดีเห็นชาวบ้าน เค้ากำลังนวดข้าวกันอย่างสนุกสนาน
เราเลยเดินเข้าไปถ่ายรูปใกล้ๆ



พอชาวบ้านเค้าเห็นเราเดินเข้าไปใกล้... เค้าก็หยุด
เค้าหยุด .. เราก็หยุด
แหะๆ.. กลัวโดนเค้าไล่ตะเพิดออกมานั่นละ

แต่ที่ไหนได้ ... คุณลุงหัวหน้า กลับยิ้มแย้มเดินเข้ามาทักทาย
นั่งคุย เล่าเรื่องการทำนา เก็บเกี่ยวข้าว ปลูกกระเทียม ถั่วเหลือง
แกเล่าไปหัวเราะไป อย่างสนุกสนาน

สักพัก.. ก็ตักเอา เหล้าขาวป่า (เถื่อน...นั่นละ อิอิ) ส่งมาให้เรา
ใส ซะยิ่งกว่าตาตั๊กแตน ซะอีก เอิ๊กๆ
แค่จอกเล็กๆ ผ่านริมฝีปากลงไปนี่นะ
โห.. ไหลไปถึงไหน ถึงไหนนี่รู้หมดเลย
ร้อนวาบบบบบบ ไปตั้งแต่ริมฝรปาก ปลายลิ้น
ลิ้นไก่ คอหอย ตับไต ไส้พุง .. ร้อนวาบกันไปหมด

ลุงแกเห็นสีหน้าพวกเรา ก็หัวเราะชอบใจ
อ้าว .. นี่เลยเป็น หน้าหยีๆ แหยๆ นี่กลายเป็นคำชมให้แกไปซะอีกนะนั่น
ถามแกว่า กี่ดีกรี ละเนี๊ยะแรงมั่กมาก
แกบอกอย่าไปวัดเลย ต้มเอง กินเอง เมาเอง..ใช้ได้พอแล้ว เอิ๊กๆ



จริงๆ ลุงแกก็แสนจะใจดี ชวนกินข้าวเย็นด้วยกันอีกนะ
น้ำใจของคนแถวนี้นี่ยอมรับนับถือเลย
ทั้งคุณน้าที่แม่แสะ ที่ให้ที่นอนแก้หนาว
ทั้งคุณลุงที่ชวนกินข้าวเย็นที่นี่
ต่างกับสังคมเมืองอย่างสิ้นเชิง

เสียดายที่นัดกับเพื่อนๆ ไว้ว่าจะไปหาอะไรกินกันที่ตลาด
นี่แถมยังมีเพื่อน มาแจมจากเชียงใหม่อีกสองคน














ปาย นี่...ไม่ใช่หลังเขากันดารซะทีเดียวนะ
อย่างน้อย ปาย .. ก็ยังมีสนามบินเป็นของตัวเอง

แต่เหอเหอ... เห็นแล้ว อึ้ง ทึ่ง เสียว
ลานดินลูกรังเทลาดไปยาว
ปักป้าย ข้างหน้าว่า .."ท่าอากาศยานปาย"

จึ๋ยยย... อยากรู้จัง
จะมีเครื่องบิน มาแวะลงจอด
แล้วรอดตายกลับไปบ้างมั้ยเนี๊ยะ เหอเ