"ฮับหุมจุมต้อน"
ก็ยินดีต้อนรับในภาษาไทยใหญ่นะละครับ

แม่ฮ่องสอนนี่ศิลปะ ภาษา วัดวาอาราม
คนภาคกลางอย่างเราดูแล้ว
อาจจะว่าเป็นศิลปะแบบพม่า
แต่ถ้าพูดแบบนี้ ชาวแม่ฮ่องสอน จะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่
เค้าจะบอกเลย .. เค้าไม่ใช่พม่า ไม่ใช่กะเหรี่ยง
แต่ เค้าเป็น "ไทใหญ่"


( ลำน้ำปาย บ้านห้วยเดื่อ ) 

เราออกจากที่พักแต่เช้ามายืนรอยู่ที่ท่าเรือบ้านห้วยเดื่อ
เตรียมลงเรือหางยาวล่องไปตามลำน้ำปาย
เป้าหมายคือหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว
"ห้วยปูแกง" บ้านน้ำเพียงดิน

ห้วยปูแกง เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยยาว
อยู่ระหว่าง บ้านห้วยเดื่อ กับ บ้านน้ำเพียงดิน
แต่บ้านน้ำเพียงดินจะเป็นชุมชนไทใหญ่ชายแดนไทยเมียนม่าร์
ไม่ใช่หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว
แต่นักท่องเที่ยวส่วนมากมักพูดกันว่า
..ไปดูหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวที่บ้านน้ำเพียงดิน...

กะเหรี่ยงคอยาว หรือที่เรียกว่า "ปาดอง"
เดิมอาศัยอยู่ที่รัฐคะยาในเมียนม่าร์
จากนั้นราวๆ ปี 2530 ก็เริ่มมีการอพยพย้ายเข้ามาทาง บ้านน้ำเพียงดิน
และบางส่วนก็ย้ายขึ้นไปทางบ้านห้วยเสือเฒ่า
ที่อพยพหนีสงครามการปราบปรามกะเหรี่ยงเข้ามาในไทย
จนเมื่อทหารกะเหรี่ยงสูญเสียกำลังที่จะสู้กับเมียนม่าร์
ชาวปาดองเหล่านีเลยไม่สามารถย้ายกลับเมียนม่าร์ได้อีก


( ห้วยปูแกง )

ปาดอง ทั้งในห้วยปูแกงและห้วยเสือเฒ่า
จะมีความเป็นอยู่คล้ายๆ กัน
อาศัยอยู่ในบ้านไม้ยกพื้นสูงหลังคามุงตองตึง
ผู้ชายออกทำไร่และทุกวันนี้ก็ขับเรือทำท่องเที่ยวกันหมดแล้ว
เหลือแต่ผู้หญิงปาดองให้อยู่ในหมู่บ้าน  


( ปาดอง กะเหรี่ยงคอยาว )

อันที่จริงๆ คำว่า "ปาดอง" เป็นคำที่กะเหรี่ยงเผ่าอื่นเรียนชนเผ่านี้
เพราะคำว่า "ปาดอง" แปลว่า .. ผู้สวมห่วงคอ
ส่วนชาวปาดองจะเรียกตัวเองว่า "แลเคอ"  

ชาวปาดองเชื่อกันว่า ห่วงทองเหลืองที่คอจะช่วยกันภูติผีปีศาจ
กันวิญญาณร้ายและเสือที่จะมากัดคอผู้หญิงชาวปาดอง

และยังมีความเชื่อว่า ชาวปาดองสืบเชื้อสายมาจากมังกรและหงส์
เวลาใส่ห่วงทองเหลืองแล้วคอจะได้ยาวงามเหมือนคอหงส์นั่นแหละ

 ทุกวันนี้เด็กสาวรุ่นใหม่เริ่มต้องเข้าโรงเรียน
เริ่มเรียนรู้สังคมสมัยใหม่ๆ
ทำให้ไม่มีใครอยากใส่ห่วงทองเหลืองสวมคอ
ไม่มีใครอยากเข้ามานั่งรอต้อนรับนักท่องเที่ยวในหมู่บ้านอย่างเดียว
อย่างที่มีคนเรียกว่า "สวนสัตว์มนุษย์"

ปัญหามันก็เกิดทั้งเด็กหญิงปาดองเอง
และการดำรงรักษาไว้และวัฒนธรรมของปาดอง

กลับจากบ้านห้วยปูแกงก็พอดีได้เวลากินมื้อเที่ยง
มาแม่ฮ่องสอนคงอดไม่ได้ที่จะต้องกิน "ปลาน้ำปาย"
ไม่งั้นเดี๋ยวเค้าจะว่ามาไม่ถึงแม่ฮ่องสอน หิหิ
ตกบ่ายเลยเที่ยวในเขตตัวเมืองไม่ออกไปไหนไกล



( วิหารวัดจองกลาง ) 

เริ่มจากวัดจองคำและวัดจองกลาง
ที่เป็นเหมือนวัดฝาแฝดกัน อยู่ในบริเวณรั้วเดียวกัน
จนไม่รู้ว่าศาลานี้วิหารนี่ตกลงเป็นวัดจองคำหรือจองกลางกันแน่
เอาเป็นว่าถ้าเรายืนหันหลังให้หนองจองคำแล้วหันหน้าเข้าวัด
วัดจองคำจะอยู่ทางซ้าย และวัดจองกลางจะอยู่ทางขวา

 


( วิหารน้อยวัดจองกลาง ) 

วัดจองกลางจะมีเจดีย์องค์ประธาน
เป็นเจดีย์ทรงเครื่องศิลปะมอญ
มีวิหารใหญ่เป็นพิพิธภัณฑ์แม่ฮ่องสอน
ภายในจะมีตุ๊กตาไม้แกะสลักที่เอามาจากพม่าตั้งแต่ปี 2400
จำนวนถึง 33 ตัว ทั้งรูปคนรูปสัตว์ส่วนมากเกี่ยวกับเรื่องพระเวสสันดร
รวมทั้งยังมีพระพุทธรูปหินอ่อนศิลปะพม่าที่งดงามมากๆ


( พระธาตุจองกลาง ) 

นอกจากนั้นบนวิหารพิพิธภัณฑ์
ต้องดูที่ฝากั้นห้องนอนของเจ้าอาวาส
ที่เป็นกระจกเขียนสีลายพระเวสสันดรงดงามมากๆ

ส่วนศิลปะเรือนยอดหลังคาวิหารและวิหารน้อย
จะเป็นหลังคาซ้อนกันหลายชั้นประดับด้วยโลหะฉลุลาย
ซึ่งเป็นรูปแบบศิลปะของ "ไทใหญ่"


( หลวงพ่อโต วัดจองคำ )

ส่วนวัดจองคำ จะมีโบสถ์ปูนทรงไทยผสมฝรั่งแปลกตา
ด้านในมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ เรียกกันว่า "หลวงพ่อโต"
ที่จำลองแบบมาจาก หลวงพ่อโต วัดสุทัศน์
แต่เออ..ผมก็มองแล้วมองอีกนะ
มองยังไงก็เป็นศิลปะแบบไทใหญ่แบบมอญอยู่ดี
ไม่น่าจะเหมือนหลวงพ่อโตวัดสุทัศน์ตรงไหนเลย เหอเหอ


( วิหารวัดหัวเวียง )

ออกจากวัดจองคำก็ไปต่อกันที่ "วัดหัวเวียง"
วัดหัวเวียงหรือวัดกลางเวียงจะมีวิหารยอดที่สวยงามมาก
เป็นเรือนไม้จตุรมุกยอดปราสาทห้าชั้น
สถาปัตยกรรมไทใหญ่ชิ้นเอกเลยก็ว่าได้

แต่มองทีแรก นึกถึงยอดโดมที่ มธ ท่าพระจันทร์เลยเอิ๊กๆ



( พระเจ้าพลาละแข่ง )

 วิหารนี้ภายในเป็นที่ประดิษฐาน "พระเจ้าพลาละแข่ง"
ที่จำลองมาจากองค์พระพุทธมหามัยมุนี แห่งมัณฑะเลย์
ซึ่งคนพม่านับถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด 1 ใน 5 ของพม่า
เพราะเชื่อว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เคยเสด็จมาประทานลมหายใจแก่พระมหามัยมุนี


( วัดหัวเวียง )

 พระเจ้าพลาละแข่ง เป็นสำริด
แต่พระพักตร์มีทองคำผสมอยู่เลยแวววาวสว่างไสวงดงาม
องค์พระสร้างขึ้นที่เมืองมัณฑะเลย์ โดยแบ่งเป็น 9 ชิ้น
แล้วใส่แพล่องตามลำน้ำปาย มาไว้ที่แม่ฮ่องสอน
จนถึงทุกวันนี้

บ่ายจัดๆ เราก็ขับรถขึ้นไปบนยอดดอยกองมู
วัดดอยกองมู เดิมชื่อ วัดปลายดอย
ต่อมาถึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดพระธาตุดอยกองมู
ตามชื่อขององค์พระธาตุ
นับว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นแห่งแรกของเมืองแม่ฮ่องสอนเลยก็ว่าได้



( ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ) 

จากยอดดอยกองมู
จะมีบันไดสิงห์ด้านหน้าพระธาตุ
ที่มองลงไปจะเห็นตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้ทั้งเมือง
ทางซ้ายจะเป็นแนวรันเวย์ของสนามบิน
ส่วนตัวเมืองจะอยู่ทางขวา
ดูๆ ไปเหมือนสิงห์ทั้งสองตัว
นอกจากจะเฝ้าองค์พระธาตุแล้ว
ก็ยังเฝ้าดูความเป็นไปของชาวเมืองแม่ฮ่องสอนอีกด้วย

 

พระธาตุดอยกองมู
เป็นพระเจดีย์ปูนทรงแปดเหลี่ยมศิลปะมอญ
สร้างขึ้นตั้งแต่ ปี 2403
และยังมีพระเจดีย์องค์ย่อมลงมาหน่อยอีกองค์หนึ่ง
ซึ่งพญาสิงหนาถราชาเจ้าผู้ครองนครองค์แรกของแม่ฮ่องสอน
สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระอัฐิของพระโมคัลลานะเถระ
ที่อัญเชิญมาจากพม่า 


( พระธาตุดอยกองมู และ สถูปพระโมคคัลลานะ )

ถ้าสังเกตุจะเห็นว่า วัดหลักๆ ของเมืองจะสร้างขึ้นช่วงปี 2400 เศษๆ
นั่นก็เพราะว่า ช่วงนั้น (ร.3 - ร.4) พม่ามีการสู้รบกับชาวไทใหญ่ในรัฐฉาน
ทำให้ชาวไทใหญ่กลุ่มหนึ่งอพยพลงมาอยู่แถบแม่ฮ่องสอน ปาย และขุนยวม
สมัยนั้น รัฐฉาน ยังเป็นประเทศ
ในฐานะ เมืองประเทศราชของพม่า
มีเมืองตองยีเป็นเมืองหลวง
มีเมืองเชียงตุงเป็นเมืองหลักทางตะวันออก
เป็นประเทศของชาว "ไต" หรือ "ไทใหญ่"
มีเจ้าฟ้าไทใหญ่เป็นเจ้าผู้ครองนคร


( พระธาตุดอยกองมู )

จนต่อมาในปี 2417
เจ้าอินทวิชยานนท์ ผู้ครองนครเชียงใหม่
ได้สถาปนา "พญาสิงหนาทราชา" ขึ้นเป็นเจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรก
ซึ่งชาวเมืองก็นับถือเป็น เจ้าฟ้าไทใหญ่
เหมือนเจ้าฟ้าผู้ครองเมืองในรัฐฉาน 

จนเมื่ออังกฤษขยายอาณาเขตการล่าอาณานิคม
เจ้าอินทวิชยานนท์ แห่งนครเชียงใหม่
ยอมถวายแผ่นดินเข้ารวมกับสยามประเทศ
แต่ รัฐฉาน ในฐานะเมืองประเทศราชของพม่า
ก็ต้องตกไปเป็นของอังกฤษ
ปี 2433 อังกฤษ ก็ได้ประกาศว่า
"อังกฤษได้ยึดเอาเมืองไตไว้ได้หมดแล้ว"

อังกฤษจับกุมราชวงศ์พม่าไว้หมด
แต่กลับสนับสนุนเจ้าฟ้าไทใหญ่ให้ปกครองตนเอง
ในฐานะรัฐฉานขึ้นตรงต่อสหราชอาณาจักร
ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศพม่า

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2
อังกฤษ คืนเอกราชให้ พม่า และ ฉาน
โดยรัฐฉานจะต้องเป็นประเทศเอกราชของชาวไต
แต่พม่ากลับหักหลัง ไม่รักษาสัญญา
ยึดครองรัฐฉานเป็นส่วนหนึ่งของพม่า
มาจนทุกวันนี้

ทุกวันนี้ถึงแม้จะไม่มีรัฐฉาน
ไม่มีเขมรัฐนครเชียงตุง
ไม่มีประเทศของไตใหญ่

แต่ที่นี่ยังมี "ประเทศไทย"
ของคนไทย
"ประเทศไทย รวมเลือดเนื้อ...ชาติเชื้อไทย"
แผ่นดินผืนสุดท้ายสำหรับคนชาติเชื้อไทย

ไม่มีใครจะยึดแผ่นดินไทยไปจากคนไทยได้อีก
นอกจาก... คนไทยด้วยกันเองมันจะขายชาติ !!

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

สวยครับสวย น่าไปจริงๆ

#2 By คนงมงาย on 2007-12-13 10:36


วัดสวยมากเลยครับ
ศิลปะของทางเหนือยังไมไ่ด้ไปเห็นด้วยตาของตัวเองเลยอะ
เห็นจากรูปถ่ายแบบนี้ สวยๆทั้งนั้น


cry

#1 By เจ้าโต on 2007-12-04 09:01