เลาะรถล่องท่องวงแหวนพายัพ 5 .. ปาย
posted on 12 Dec 2007 12:07 by loorsad in Travel
( หนองจองคำ ในสายหมอก )
สายหมอกตอนเช้าหน้าหนองจองคำ
งดงามสมเป็น "เมืองสามหมอก"
หมอกอ้อยอิ่ง ในหน้าหนาว
หมอกควัน ของหน้าร้อน
หมอกเมฆ ในหน้าฝน
ไม่ว่าวันไหน ฤดูไหน เดือนไหน
แม่ฮ่องสอนก็ยังคงอยู่ในม่านหมอก
( นางแบบจำเป็น พอกหน้า ...ภูโคลน )
หลังจากตุนเสบียงจากตลาดสายหยุด
ในตัวเมืองแม่ฮ่องสอนกันอิ่มหนำ
พร้อมของกินติดมากันคนละถุงสองถุง
พวกเราก็ออกเดินทางกันต่อ
แม่ฮ่องสอน - ปางมะผ้า - ปาย
( ถ้ำธารลอด อ. ปางมะผ้า )
ช่วงนี้เป็นช่วงถนนที่ขับค่อนข้างสบายหน่อย
คือคุ้นกันดีแล้ว ขับไปขับมาหลายรอบมาก แหะๆ
ทั้งๆ ถนนก็ทั้งชันทั้งโค้ง มีขาดซ่อมเป็นช่วงๆ ให้ได้ลุ้นพอไม่ให้ง่วง
แต่เพื่อความสมบูรณ์ของการเดินทาง
ก่อนพ้นตัวเมือง ก็อดไม่ได้ที่ต้องขอเข้าไปเสริมหล่อกันที่ "ภูโคลน"
มาส์คหน้ากันเรียบร้อยพร้อมลุยต่อ
ตามสโลแกน "กองทัพเดินด้วยความหล่อ"
555 ++
มาถึงปางมะผ้าก็เกือบเที่ยง
โอ้เอ้กันมากไปหน่อย แหะๆ
ก็เลยแวะหามื้อเที่ยงกินกันที่ตัวอำเภอ
ก่อนจะเลยมาที่ "ถ้ำธารลอด"
บางคนก็เรียก ถ้ำน้ำลอด.. บางทีก็เหลือแค่ ถ้ำลอด เฉยๆ
( ถ้ำผีแมน )
ถ้ำน้ำลอด จะเป็นถ้ำอุโมงค์
ที่มีลำน้ำไหลผ่านเข้าไปทะลุออกอีกด้าน
น้ำก็ไม่ลึกมากเท่าไหร่ แต่เย็นยะเยือกสุดใจเลยละ
ต้องนั่งแพไม้ไผ่ แล้วมีคนท้องถิ่นพาลุยกันเข้าไปดู
ชอบใจที่นี่ตรงที่เค้าใช้ ตะเกียงเจ้าพายุ นี่แหละ
เน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบนี้น่าสนับสนุนมากๆ
ข้างในถ้ำจะมีโพรงถ้ำเป็นห้องๆ ใหญ่โตมโหฬารมากๆ
บางห้องต้องไต่บันไดไม้ไผ่ฝ่าความมืดเข้าไป
ก็สนุกสนานตื่นเต้น กลัวตกมาตายดีเหมือนกัน
ส่วนถ้ำสุดท้ายจะเป็น "ถ้ำผีแมน"
หรือสุสานห้องเก็บศพสมัยโบราณนั่นแหละ
ดีที่ตอนนี้เหลือแต่โลงไม้ผุๆ เก่าๆ ไม่มีศพอยู่ด้วยนะเนี๊ยะ เอิ๊กๆ
จำได้ว่าคราวก่อนที่มาถ้ำน้ำลอดที่นี่
ในน้ำจะมีปลาพลวงตัวใหญ่มากๆ เต็มไปหมด
มีคำสาปแช่งไม่ให้ใครมาจับกิน
แต่น่าเสียดาย มาคราวนี้ ปลาพลวงทั้งฝูงตายเรียบหมดแล้ว !!
( กิ่วลม )
ไม่ใช่ฝีมือมนุษย์หรอกที่ทำให้ปลาพลวงหายไปกันหมด
แต่เป็นกระแสน้ำหลากน้ำท่วมที่ไหลบ่าเข้ามา
ในช่วงปีสองปีนี้ น้ำบ่าในหน้าฝนแรงเหลือเกิน
แรงเกินกว่าปลาพลวงจะอาศัยอยู่ได้
พอหน้าฝนก็โดนน้ำพัดไหลหายไปกันหมด
แต่จะว่าไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ก็ไม่ถูกซะทีเดียว
มันก็มาจากปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าอยู่ดีนั่นแหละ
( เส้นทางคดเคี้ยว จากแม่ฮ่องสอนขึ้นมายอดกิ่วลม )
ล่องแพที่ปางมะผ้าเสร็จก็บ่ายสามบ่ายสี่แล้ว
ถนนช่วงนี้ขึ้นเขาอย่างเดียว ขึ้นๆๆ ..แล้วก้ขึ้นๆๆๆ
ขึ้นสูงจะรู้ว่า ขึ้นไปถึงคือสวรรค์
แต่ถ้าตกลงไปนี่ ..นรก แน่ๆ เหอเหอ
จุดแวะพัก "กิ่วลม" บนยอดเขาสูงที่สุด
ระหว่างเส้นทาง ปางมะผ้า-ปาย
มองย้อนไปก็เห็นทางคดไปคดมาไต่ขึ้นมาจนถึงยอดเขา
เห็นแล้วก็สยองว่า..กรูขับมาได้ไงกันวะนั่น
แถมยังมีป้าย ... "ผู้พิชิต โค้งที่ 1,548"
โอ้แม่เจ้า !! ภูมิใจมากมาย
ว่าแต่ 1,548 โค้ง...นี่ผ่านมาแล้ว
หรือว่า ยังเหลืออีก 1,548 โค้งละนั่น จึ๊ยยย์ !!
( วัดน้ำฮู )
ทุกครั้งที่มาถึงยอดดอยกิ่วลม
อดจะนึกถึงเพื่อนผู้หญิงคนนีงไม่ได้
เธอเป็นสาวสวย (อย่างน้อยก็ในสายตาเธอ) ร่างเล็กบอบบาง
ซึ่งเธอชอบบอกเล่าวีรกรรมอันโดดเด่นของเธอว่า
ครั้งหนึ่ง...เธอเคยปั่นจักรยาน จาก ปาย มากิ่วลม !!
หึหึ ..พระเจ้าช่วยกล้วยทอด
ขนาดเราขับรถกันมา ยังแทบจะคลัชไหม้เบรคละลายกันตายอยู่แล้ว
นี่เธอน่องเหล็กไหลขนาดไหนปั่นขึ้นมาบนนี้ได้
แถมยังต้องขี่จักรยานกลับอีกนะนั่น
ไม่น่าแปลกใจเลย...
ที่ป่านนี้เธอยังไม่มีชายใดเข้ามาขี่จักรยานเคียงคู่เธอได้
( ใส่บาตรเช้าบริเวณหน้าที่ว่าการ อ.ปาย )
จวนจะมืดเราก็มาถึงตัวเมืองปายทันเวลาพอดี
เลยแวะไปกราบเจดีย์พระพี่นางสุพรรณกัลยา ที่วัดน้ำฮู
ที่วัดน้ำฮูนี่สมเด็จพระนเรศวรฯ ได้ทรงนำเส้นพระเกศา
ของพระพี่นางสุพรรณกัลยากลับมาจากพม่า
มาประดิษฐานไว้ที่เจดีย์แห่งนี้
และที่หลังแนวเขาเบื้องหน้า คือ อ. เวียงแหง
ที่ที่ สมเด็จพระนเรศวร เสด็จสวรรคต
จะว่า อยู่เคียงข้างกับพระพี่นางก็คงไม่ผิดอะไรเท่าไหร่นัก
( ลำน้ำปาย ในสายหมอก )
ปาย... ไม่ได้มานานหลายปี
บอกตรงๆ วันนี้ ปาย เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมากมาย
มากมายเหลือเกิน
ตั้งแต่ สายน้ำปาย ที่ไหลเปลี่ยนทิศเปลี่ยนแนวไปมาก
คงเป็นเพราะกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากของฤดูฝน
เหมือนอย่างที่ในปางมะผ้า
หลายครั้งเห็นข่าวในทีวี น้ำปายทะลักล้นฝั่ง
ท่วมเมืองปาย ท่วมนักท่องเที่ยว เสียหายไปมาก
เมืองปายเลยเหมือนต้องสร้างใหม่กันทุกปี
ตลิ่งสองฝากฝั่งน้ำปายที่เคยมีต้นกกต้นหญ้าเขียวชะอุ่ม
ก็กลายเป็นเขื่อนดินเขื่อนหินถมสูงจนน่าเกลียด
ทุ่งนา ไร่กระเทียม ที่เคยเป็นเสน่ห์ของปาย
ก็แทบจะไม่มีเหลือให้เห็น
พื้นที่เขียวสดใสของนาข้าวไร่กระเทียม
กลายเป็นรีสอร์ทเล็กรีสอร์ทน้อย
ยันรีสอร์ทหรูหราระดับไฮโซไฮคลาส
ตัวเมืองปายยามค่ำคืน
ที่เคยมีแต่กลิ่นไออบอุ่นอย่างมีศิลปะ
ทุกวันนี้ก็มีแต่ร้านขายของกิน
โต๊ะขาย ชิชาบารากุ ขายข้าวขายของ
จนเผลอนึกว่าอยู่ ถนนข้าวสาร
หรือถ้ามีบาร์เบียร์ มีอะโกโก้ คงได้กลายเป็นพัทยาไปเลยนะนั่น
แต่มาถึงตรงนี้ เส้นทาง วงแหวนพายัพ ร่วมๆ พันกิโล
ไม่รู้กี่ร้อย กี่พันโค้ง ..ไม่ไหวนับ
ขืนมัวแต่นับโค้งคงมีหวังลงเหวข้างทางกันพอดี เหอเหอ
แต่ตลอดทางที่ขับรถลัดเลาะไปตามไหล่เขา
คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือ ความสุข
ความสุข ที่ไม่ดีมีแค่ จุดหมายปลายทาง
แต่มันเป็นความสุขที่ได้เก็บเกี่ยวไปตลอดทาง
มันคือ. .. ความสุขของการเดินทาง
น่าไปเที่ยวมากๆ ครับ แต่ต้องอึดและต้องเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมเลยนะครับเนี่ยะ ไปคนเดียวไม่ได้แน่ๆ คงต้องหาอีกคนนึงไปด้วยกันเหมือนคุณหล่อสาดไง... แต่ถ้าอย่างนั้นปอนคงต้องรอชาติหน้าแล้วหล่ะ..
ชอบคร้าบบบบบบบ ภาพสวยชวนฝันหวานอีกแล้ว พี่มะขวิดน่ารักมากๆเลยครับชอบ
ไม่มีภาพพอกโคลนมาอวดเหรอครับ
นี่แหละครับ สิ่งที่เป็นห่วงกับปาย
เพราะถ้าไม่มีทิศทางไปเรื่อยๆ
มนต์เสน่ห์ก็จะเสื่อมคลายไปในที่สุด
ผมเองก็อยากกลับไปครับ
ว่าจาก 5 ปีที่แล้วที่ไปมา
เปลี่ยนไปมากขนาดไหน
#1 By AkE on 2007-12-12 19:40