.. มันนอก (ใจ) ..
posted on 22 Dec 2007 11:38 by loorsad in Travel
... อีกปีแล้วซินะ ที่เราได้เจอกันครั้งแรก ...
ตลอดเวลาที่รู้จักกันมา
เราสองคนออกตะลอนเดินทางไปมากมายหลายที่
ได้เห็นได้รู้เรื่องราวแปลกใหม่หลายอย่าง
เจอะเจอผู้คนมากหน้าหลายตา
เจอะเจอเรื่อราวร้อยพัน
คงเหมือนกับชีวิตเราสองคน
ที่เดินมาด้วยกัน
ตลอดเวลาที่รู้จักกันมา
เจอะเจอผู้คนหลากหลาย
เจอะเจอเรื่อวราวสารพัน
บางทีก็สุขจนแทบจะล้นกระเพาะ
บางทีก็ขมปร่าจนแทบจะกระอัก
แต่เราสองคนก็เดินมาด้วยกันตลอดทาง
จนมาถึงวันนี้
วันที่ครบรอบอีกปี..ที่เราเจอกันครั้งแรก
กี่ปีแล้วนะ...ตั้งแต่วันที่เราเจอกันครั้งแรก
นั่นซิ..กี่ปีแล้ว
"เราเจอกันมากี่ปีแล้วอะ"
"อ้าวทำไมจำไม่ได้ละ"
"แบบว่า งงเราเจอกันปีไหนนะ"
"เออ ปีไหนอะ"
"200x มั้ง..ใช่ปะ"
"เหรอ งั้นก็ปี พ.ศ. 254x นี้ดิ"
"ไม่ใช่ดิ..ถ้างั้นมันหายไปปีดิ มันต้องเป้น 254y"
"อ้าว แล้วมันจะเป็น 200x ได้ไงอะ"
"เหรอๆ ..ไม่รุ้อะจำไม่ได้"
"อิอนั่นดิ จำไม่ได้เหมือนกัน"
"นินิ แล้วตกลงมันปีไรอะ"
"ก้ ไหนว่า 254y"
"ป่าวๆ หมายถึง ชวด ฉลู ขาล ไรงี้อะ..ปีไร จะไปดูดวง"
"บร้า จะไปรู้เรอะ ก็ลองนับไปดูดิ นับไม่ถูก"
"นับไม่เป็นเหมือนกันแหะๆ"
จริงๆ ตั้งแต่เราเจอกันครั้งแรกจนถึงวันนี้
ก็ไม่น่าจะเกินสิบปีให้ล้นนิ้วมือจนนับไม่ถูก
แต่ไม่รู้เป็นไร
พอถามปี นับปี กันจริงๆ จังๆ
สองคนจะอาการเดียวกัน
คือ "ผิด" ทั้งคู่
ตกลงคือมันพอกันทั้งสองคน
มิน่าเลยอยู่กันมาได้ป่านนี้
"ปีที่แล้วเราไปฉลองกันที่ไหนหว่า"
"เออ..ทำไรกันอะ"
"ปีแรกเราไปไหน"
"กินข้าวด้วยกันที่บ้านไม่ใช่เหรอ"
"เออ .. ใช่มั้ง"
"แล้วปีที่สองอะ"
"ใช่ที่ไปกางเต้นท์ที่ผาเดียวดายปะ"
"อือๆ .... อ้าวแล้วปีไหนไปแก่งกระจาน"
"แก่งกระจานเกี่ยวด้วยเหรอ"
"อ้าว ..ก็จำได้ว่าไปแล้วกลับมาเจอซินามิ มันก้ต้องช่วงนี้พอดีดิ"
"เออ ...แล้วปีไหนอะ"
"ไม่รู้ดิ ปีซึนามิอะ"
"ตกลงปีที่แล้วเราไปไหนกัน"
"ไม่รุ้อะจำไม่ได้"
"นั้นดิ ไมจำไม่ได้เหมือนกันหว่า"
มีคนเคยบอกว่า
คนสองคนจะคบกันได้ต้องทำบุญมาเสมอกัน
ผมว่านี่คงเป็นเหตุผลอีกเหตุผลหนึ่ง
ที่ทำให้เราสองคนคบกันมาได้
แต่คงไม่ใช่ว่าทำบุญมาเสมอกัน
แต่คงเป็นเพราะ
มีสมองเสร่อเสมอกันมากกว่า ฮ่าๆ
แต่ที่ว่า ทำบุญมาเสมอกัน
ก็ไม่น่าจะผิดอะไรเท่าไหร่นัก
เพียงแต่จะพูดให้ถูกกับยุคสมัยมากขึ้นคงต้องบอกว่า
การที่คนสองคนจะคบกันได้
มันอยู่ที่มุมมองเหมือนๆ กัน
ความคิดความอ่านความเข้าใจคล้ายกัน
ว่าง่ายๆ .. คือคุยกันรู้เรื่องและเข้าใจ
..กันและกัน..
"พี่เคยนอกใจแฟนคิดจะโทรกลับไปหาแฟนเก่าบ้างมั้ย"
น้องคนนึงโทรมาถามด้วยเสียงสั่นเครือแบบคนร้องไห้
หลังจากที่เพิ่งเดินออกจากโรงหนัง ...รักแห่งสยาม
ซึ่งผมเรียกว่าอาการ "รักแห่งสยามลิซึ่ม"
ที่พบเห็นได้ทั่วไปในระยะเดือนสองเดือนนี้
แต่พอน้องมันถามมา
ผมเองก็ยังสงสัย
สงสัยว่า...แล้วกรูจะโทรกับไปหามันดีป่าวหว่า
เอ๊ะ..หรือเรากำลังจะนอกใจตานั่น
จริงๆ ผมเองก็พอจะติดเชื้อ รักแห่งสยามลิซึ่ม
มากับเข้าด้วยเหมือนกัน
นั่งดูหนังไปน้ำตาไหลแหมะๆ
นอนซึมหงอยไปหลายวัน
คิดถึงสมัย ม.ปลาย ก็แบบในหนังนั่นเหมือนกัน
กิ๊กกับแฟนคนแรกแบบนั้นเลย
สยามนั่นก็ที่ที่เคยใส่ขาสั้นเหน็บกระเป๋านักเรียนไปเดินด้วยกัน
คริสมาสก็เคยไปดูคอนเสิร์ตกันสองคน
โอ๊ยยย....หนังโดนมากมาย
ต่อมน้ำตาซึม
ต่อมเหงาทำงานเต็มอัตรา
กลับจากดูหนัง
คืนนั้นตานั่นก็นอนกอดอย่างอบอุ่นเหมือนทุกคืน
แต่เรากลับนอนหลับๆ ตื่นๆ
คิดถึงแฟนคนแรกสมัยเด็กๆ ไปเรื่อยๆ
คิดไปคิดมาน้ำตาก็ไหลจนหลับ
ในความฝันอีตาบ้านั่นยังมายียวนกวนอารมณ์
ให้อดคิดถึงอดเหงาไปอีกไม่ได้
แม้แต่ในความฝัน
หรือบางทีเราอาจจะยังรักแฟนเก่าคนแรกอยู่
หรือบางทีเราอาจจะกำลังนอกใจคนที่กำลังกอดเราอยู่หรือเปล่า
อาการ รักแห่งสยามลิซึ่ม น่ากลัวกว่าที่คิด
ทำเอาจิตตกหงอยเหงาไปพักใหญ่
"พี่เคยนอกใจแฟนคิดจะโทรกลับไปหาแฟนเก่าบ้างมั้ย"
คำถามที่ไอ้น้องคนนั้นมันถาม
จริงๆ ถ้ามันถามผมตอนผมออกจากโรงหนังใหม่ๆ
ผมก็อาจต้องคิดหนักคิดนาน
กว่าจะได้คำตอบที่เป็นความรู้สึกจริงๆ
แต่หนังก็แค่หนัง
ดูแล้วเผลออารมณ์ไปตามหนังสักพัก
พออารมณ์ตกตะกอนเราก็กลับมาเป็นเรา
เราไม่ใช่ "โต้ง" ไม่ใช่ "มิว"
เราก็เป็นเราในโลกของเรา
"พี่เคยนอกใจแฟนคิดจะโทรกลับไปหาแฟนเก่าบ้างมั้ย"
"บร้า...จะโทรไปทำหยองอะไรละ"
ทันทีที่ได้ยินคำถาม ผมก็แทบจะตอบได้แบบไม่ต้องคิด
เพราะ...ไอ้ที่บอกเหมือนในหนังน่ะ
มันสมัยเราเรียน ม.ปลาย นุ่งขาสั้น
ที่ว่าโดนๆๆ โดนเหมือนเรื่องของเราเลย
แต่เรื่องมันเมื่อ 20 ปีที่แล้วนะเว้ย !!
ไอ้เรื่องกิ๊กเก่า แฟนเก่า รักเก่าๆ นะ
ใครๆ ก้มีกันทั้งนั้น
ไม่ต้องไปลืมมันหรอก ลืมยังไงก็ลืมไม่ได้
เพราะมันไม่ได้ใช้สมองที่จะจำ
แต่ความรักมันใช้หัวใจที่จะเก็บงำเรื่องราวร้อยพัน
เพราะฉะนั้น...ใครก็ตามที่พยายามจะลืมรักครั้งเก่า
อย่าพยายามเลย
เก็บรักครั้งแรก เก็บรักครั้งเก่า
เก็บรักทุกๆ ครั้งที่ผ่านมาๆ
จะสะสมไว้เป็น profile แบบ hi5 ก็ได้
แต่เก็บมันไว้ให้อยู่ในใจ
เป็นตะกอนของวันเก่าๆ
ที่นอนอยู่ก้นบึงของหัวใจ
แล้วไว้ว่างๆ เบื่อๆ เหงาๆ
ค่อยเขย่าอารมณ์ให้ตะกอนมันคลุ้งมาเล่น
เวลาอยากเหงาเคล้ามิวสิควิดิโอ
เก็บรักครั้งเก่า .. ให้มันอยู่ในใจ
แต่ที่มันควรจะนอกใจ
คือ รัก ที่เรามีอยู่ทุกวันนี้
รักให้มันนอกใจ..ออกมาเลย
ให้ทุกคนรู้ว่าเรากำลังรักคนคนนั้น
ให้เค้าคนนั้นรู้ว่าเรากำลังรักเค้า
เราเจอกันมากี่ปีแล้วนะ..?
ตกลงเราเจอกันปีไหนอะ ..?
แล้วปีที่แล้วเราไปฉลองที่ไหนกัน ...?
เรื่องราวมากมายระหว่างเราสองคน
กำลังถูกลืมเลือนไปจากความทรงจำของเราเอง
บางที เราอาจจะเก็บเรื่องของเราไว้ที่สมอง
..มากกว่าจะเป็นที่หัวใจ
หรือบางที..เราอาจจะรักกันน้อยลง !!
รัก..คือ ส่วนที่เก็บไว้ในใจ
ส่วนที่มันอยู่นอกใจ คือ ความผูกพันธ์ความเข้าใจ
รักทีมันอยู่ในใจ
มันก็แปลเปลี่ยนขึ้นลงไปตามกระแสอารมณ์ของจิตใจ
แต่ถ้ารักมันออกมานอกใจ
จนรู้จักที่จะใช้สมองที่จะรัก
เราจะรู้จักคิดที่จะรักอย่างเข้าใจซึ่งกันและกัน
เราเจอกันมากี่ปีแล้วนะ..?
ตกลงเราเจอกันปีไหนอะ ..?
แล้วปีที่แล้วเราไปฉลองที่ไหนกัน ...?
เรื่องบางเรื่องอาจถูกลืมเลือนไปตามเงื่อนไขของเวลา
เรื่องบางเรื่องก็ไม่สมควรที่จะจดจำมาให้รกสมอง
รู้แต่เพียงว่า...
อีกปีแล้วนะ ที่เราเจอกันครั้งแรก
ปีนี้เราได้ได้ปิ่นโตเป็นของขวัญ
ปีนี้เรามาฉลองกันสองคน..ที่เกาะมันนอก
รู้ไว้แค่นี้พอนะ ...แต่ไม่ต้องไปจำมันหรอก
ไม่ต้องไปจำมันหรอกนะ
เพราะปีหน้า เราก็จะครบอีกปีที่เราเจอกันครั้งแรก
แล้วปีหน้าเราก็คงได้ไปฉลองด้วยกันสองคน
ที่ไหนสักแห่งบนใลกกลมใบนี้
แล้วปีต่อๆ ไป เราก็จะครบรอบอีกปี อีกปี ที่เราเจอกันครั้งแรก ไปเรื่อยๆ
ตลอดเวลาที่รู้จักกันมา
เราสองคนออกตะลอนเดินทางไปมากมายหลายที่
ได้เห็นได้รู้เรื่องราวแปลกใหม่หลายอย่าง
เจอะเจอผู้คนมากหน้าหลายตา
เจอะเจอเรื่อราวร้อยพัน
ตลอดเวลาที่เดินมาด้วยกัน
บางทีก็สุขจนแทบจะล้นกระเพาะ
บางทีก็ขมปร่าจนแทบจะกระอัก
แต่เราสองคนก็เดินมาด้วยกันตลอดทาง
จนมาถึงวันนี้
วันที่ครบรอบอีกปี..ที่เราเจอกันครั้งแรก
วันนี้ที่เราอยู่ด้วยกันสองคนที่เกาะมันนอก
ความรู้สึกดีๆ ความรักความพันธ์มากมาย
มันไม่ได้มีอยู่แค่ในใจ
แต่มันมีมามากมาย
มันมากมายจน มัน(ล้นมา)นอกใจ
Photo by : นายมะขวิด
Story by : Platonic
Location : เกาะมันนอก จ.ระยอง
#1 By ปอนปอน on 2007-12-22 16:35