... เชลียง ... ศรีสัชณาลัย ...

 

ค่ำคืนอันมืดมนอนธการ แสงเลือนลางสลัว  วับแวมไปด้วย แสงจากไต้ และกองไฟที่กำลังจะรา
หมอกขาวระอุอวล ลอยอ้อยอิ่งเป็นสาย คละเคล้าควันไฟที่คลุ้งไปทั่วบริเวณ เสียงโลหะปะทะกัน
สลับกับเสียงโหยหวย ดังสลับกันไปมา มองเห็นผู้คนเปลือยอกนุ่งผ้าหยักรั้งฟันดาบระไล่กัน
โหวกเหวกฟังมิได้ศัพท์

ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้ากระทบพื้นดังเข้ามา พร้อมกับมีมือลำสั่นลึกลับกกระชากตัวผมขึ้น ควบม้าห่างออกไปทุกทีไป

"อย่าไปเลยลูก  อย่าไป"  เสียงเรียกอันอ่อนระโหย สิ้นหวัง ดังขึ้นอย่างสั่นเครือ  

ความรู้สึก ละห้อยหา อาวรณ์ ที่ต้องจากแม่ผู้เป็นทุกสิ่งของลูก แน่นอยู่เต็มหัวอก

...........

          ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมา พร้อมกับน้ำตาที่ยังคลออยู่...  มันเป็นความฝันในช่วงหนึ่งของผม ที่เหมือนตัวเองต้องจากกับแม่เพื่อที่จะไปรบในความฝัน ไม่ได้คิดว่าชาติก่อนๆๆๆ ผมเองเป็นเจ้าชายเมืองไหนสักแห่งจะไปออกรบหรอกนะครับ คิดว่าคงจะเป็นพวก ตะพุ่นหญ้าช้างต้องตามเขาไปซะมากกว่า หรือ อาจจะจะกินมากไปหน่อยเลยฝันเพ้อเจ้อ  อิอิ  ในความฝันไม่ได้พูดถึงว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไหน แต่อยู่ๆ ก็มีชื่อหนึ่งผุดขึ้นมา นั่นคือ "เชลียง"   ตั้งแต่นั้นมาเมืองเชลียงก็อยู่ในความสนใจของผม  อยากไปเที่ยว เมืองเชลียงนี้สักครั้ง ว่าจะไปหลายครั้งแต่ก็ไม่มีโอกาสได้ไปซักที จนปีนี้เองที่เพิ่งจะมีโอกาสว่างพอที่จะไปพร้อมกันกับ "เค้า"

เมืองเชลียง เป็นเมืองโบราณบนพื้นที่แนวยาว ล้อมรอบด้วยแม่น้ำยมและภูเขาเป็นป้อมปราการสำคัญ ในการปกป้องรักษาเมืองและเป็นแหล่งน้ำโดยเฉพาะเกือบสุดปลายของแนวยาวนั้นมีวัดสำคัญคือ

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ  ซึ่งสร้างทับซ้อนกันมาหลายสมัย หลากหลายรูปแบบศิลปะ ทั้งแบบเขมรบนซุ้มประตูทางเข้า  พระปางลีลาที่งามที่สุดองค์หนึ่งในสมัยสุโขทัย และพระปรางค์ในแบบสมัยอยุธยา

  

 

 

หน้าบันรูปพระพุทธเจ้าปางปฐมเทศนา
 
 
เสาประดับลวดลายปูนปั้นที่แม้จะกะเทาะลบเลือนไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังหลงเหลือร่องรอยความงาม
ผมถ่ายลวดลาย แทบทุกเสา แต่ละเสาก็มีลวดลายต่างๆ กัน จนเค้าค่อนว่า ผมจะเก็บ ทุกลาย ทุกเสา เลยมั้ย
ตกลงเรียนจบอะไรกันแน่ เทคโนโลยี หรือ โบราณคดี อิอิอิ

 

                       ถัดจากเมืองเชลียงเข้ามาไม่ไกลมากนัก เป็น เมือง ศรีสัชณาลัย ที่เชื่อว่า ขยายเมืองออกมาจากเชลียง
ที่นีมีวัดที่สวยงามอยู่หลายวัด ทั้งรูปแบบของเจดีย์และลวดลายต่างๆ
วัดเจดีย์เจ็ดแถว เป็นวัดที่มีเจดีย์รูปแบบต่างๆ เรียงรายเป็นแถวๆ ประดับประดาด้วยลวดลายต่างๆ กัน ไม่ซ้ำกันซักองค์เดียว
ลวดลายแปลกตาตรงหน้าบันนี้ เรียกว่าลายฟักเพกา ซึ่งแถวๆ วัดนั้นก็มีชาวบ้านเอาฝักเพกามาตากแดดบนแนวกำแพงอยู่เต็มไปหมดเลยครับ
ฝักเพกาเนี่ย นิยมเอาหมก หั่นกินกับน้ำพริก รสชาติออกขมๆ คนแก่ชอบกินครับ (("เค้า"  ก็ชอบ อิอิ))
             วัดนางพญา วัดนี้มีลวดลายปูนปั้น วิจิตรบรรจงหลงเหลืออยู่ พอให้จินตนาการได้ว่า สมัยที่สมบูรณ์อยู่นั้น
 จะมีความสวยงามสักเพียงไหน น่าเสียดายที่ บางส่วนหลุดหายหรือถูกกะเทาะออกไป ซึ่งจากรูปหลักฐานเก่าๆ
ยังมีความสมบูรณ์มากกว่าในปัจจุบันนี้เยอะ โดยเฉพาะ องค์เทวดาที่อยู่ตรงกลางมักจะถูกกะเทาะหายไปทั้งองค์
 

จากวัดนางพญา เราปีนขึ้นเขาพนมเพลิง ซึ่งมีวัดสำคัญสองแห่งคือวัดเขาพนมเพลิงและวัดสุวรรณคีรี
ทางเดินครึ้มๆ ไม่มีเพื่อนร่วมเลยแม้แต่คนเดียว ที่นี่ เราได้ชมวิวเมืองศรีสัชณาลัย จากเจดีย์ที่สูงลิ่วของวัดสุวรรณคีรี ลำแสงอ่อนนวลใกล้หมดเวลาแห่งตาวัน ตรึงให้เราเหม่อมองประดุจต้องมนต์ตราแห่งศรีสัชณาลัย

 

ปล. ถ้าอ่านแล้วไม่ลื่่นไหลเหมือนเคยก็ต้องขออภัย เพราะทริปนี้ นายมะขวิดเขียนเอง
ส่วน "เค้า" ช่วงนี้งานยุ่งไม่ค่อยว่างมาเขียนให้ครับ ^-^

 

 

Comment

Comment:

Tweet

รูปสวยดีคะ ^_^

#6 By peun (58.9.94.101) on 2009-10-12 23:51

รูปสวยจริงๆครับ เห็นแล้วอยากมีิblog ไว้อวดอย่างงี้บ้าง ขออนุญาติ นำลิ้งค์ที่นี่ไปแปะ ไว้ที่บล๊อกผมนะครับsurprised smile

#5 By C.B. หมีป่วน (124.121.226.29) on 2009-09-22 20:14

หายไปนานเลยนะครับพี่ confused smile

เห้นรูปแนวนี้แล้วคิดถึงอยุธยาทุกที
ผมยังไม่เคยไปสุโขทัยเลยละครับ
สักวันต้องลองไปซะแล้ว

#4 By เจ้าโต on 2009-08-05 14:24

ถ่ายรูปสวยเหมือนเดิมเลยbig smile
ยังไม่เคยไปสักครั้ง
อยากไปบ้างจังค่ะ

#3 By LittleCancer on 2009-08-03 13:05

อยู่ใกล้บ้านห่างร้อยกว่ากิโลได้ครับ แต่ปอนก็ยังไม่เคยไปสักที เคยไปแต่เมืองเก่าที่ในตัวเมืองสุโขทัย เท่าที่ดูรูปสวยๆ แล้วปอนรู้สึกว่าเสน่ห์ต่างกันมากเลยนะครับ เดี๋ยวปอนต้องหาโอกาสไปเที่ยวบ้างแล้ว แต่ได้ข่าวว่าร้อนมากกก confused smile

#2 By ปอนปอน on 2009-07-25 12:40

ศรีสัชนาลัยยังคงความขลังไว้ได้เหมือนเดิมนะครับbig smile


#1 By E.T.*** on 2009-07-24 17:53